|
ยากำจัดมะเร็งตำรับแมงป่องผสมกัมมันตรังสี กานดา สิงขรัตน์
เอาอีกแล้วค่ะ คุณๆขา มีเรื่องประหลาดลึกลับที่เกี่ยวกับประเทศรัสเซียเป็นข่าวหน้าหนึ่งขึ้นมาอีกแล้ว ทำเอาวงการนิวเคลียร์ทั่ว โลกส่ายหน้าด้วยความอิดหนาระอาใจอีกครั้ง ตอนเกิดอุบัติเหตุที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลก็ทีหนึ่งแล้ว ทำเอาทั้งวงการ พลอยเสียชื่อไปด้วย ชนิดกู้คืนยากมาก ข่าวที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ก็ช็อคโลกอีก อำมหิตยิ่งกว่าสมัยของรัสปูตินเสียอีก กระมัง นั่นคือข่าวการลอบสังหาร นายอเล็กซานเดอร์ ลิทวิเนนโก อดีตสายลับรัสเซีย เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ด้วยยาพิษกัมมันตรังสีโพโลเนียม-210 (เป็นไอโซโทปกัมมันตรังสีที่สลายตัวแล้วปลดปล่อยรังสีอัลฟาพลังงาน 5 MeV ด้วยค่าครึ่งชีวิต 138 วัน) เป็นปฏิบัติการกำจัดชีวิตที่ไม่เปิดช่องให้รอดได้เลย โดยวางยาวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 ปลาย เดือนวันที่ 23 ก็เสียชีวิต
คงต้องช่วยให้ความเป็นธรรมกับวงการนิวเคลียร์กันบ้างแล้ว ทุกวันนี้มีการใช้กัมมันตภาพรังสีในเชิงสร้างสรรค์อยู่มากมาย โดยเฉพาะในวงการแพทย์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ตรงกันข้ามกับเรื่องข้างบน คือ เพื่อรักษาชีวิตคนไข้ให้รอด ดังเช่นเรื่องที่จะนำ มาเล่าต่อไปนี้ซึ่งบางสำนักข่าวเลือกให้เป็น “The Physics Story of the Year 2006” เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว โดยทั่วไปก็จะคิดกันว่าโรคมะเร็งนั้นน่ากลัว ยิ่งโรคมะเร็งสมองยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ แต่ที่ยิ่งน่ากลัวไปกว่านั้นคือ โรคมะเร็ง สมองชนิด glioma มีอันตรายมากและยังไม่มีทางรักษา คนไข้มักจะเสียชีวิตภายใน 1 ปีหลังตรวจพบ ในคนอเมริกัน 36,000 คนที่เป็นโรคมะเร็งสมองในแต่ละปีมีถึง 17,000 คนที่เป็นโรคมะเร็งชนิดนี้ ที่เซลล์มะเร็งของมันจะแพร่กระจายไปทั่วสมอง อย่างรวดเร็ว เข้าโจมตี neuroglia ที่เป็นเซลล์ยึดโยงและหล่อเลี้ยงเซลล์ประสาทของสมอง การผ่าตัดมักจะเอาออกได้ไม่ หมดในที่สุดก็กลับมาเป็นอีก การรักษาด้วยวิธีรังสีบำบัดหรือเคมีบำบัดไม่ค่อยได้ผล แถมจะไปทำลายเซลล์สมองที่ยังดีๆ อยู่ด้วย เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2549 ได้มีการประกาศผลสำเร็จขั้นต้นของแนวทางรักษาโรคนี้แบบใหม่ โดย Alan M. Jackson ซึ่งเป็น Health Physicist อยู่ที่ Henry Ford Health System ณ เมืองดีทรอยท์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ที่ส่วนหนึ่งเกิดมา จากการเรียนรู้และเลียนแบบจากธรรมชาติ เริ่มจากที่ได้มีการค้นพบว่ามีโปรตีนโมเลกุลอยู่ชนิดหนึ่ง ในพิษของแมงป่องพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายของประเทศ อิสราเอลซึ่งชอบเจาะจงไปเกาะติดกับเซลล์มะเร็ง glioma ต่อมาศาสตราจารย์ Harald Sontheimer นักNeurobiologistของ University of Alabama ณ เมือง Birmingham สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้ในห้องวิจัย และเรียกชื่อโปรตีนตัวนี้สั้นๆ ว่า TM-601 ซึ่งปัจจุบันเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท TransMolecular Industries Inc. ที่เป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยดังกล่าว (ทุกวันนี้การวิจัยเพื่อนำพิษของสัตว์มาทำเป็นยารักษายังมีอีกหลายตัวอย่าง เช่น การวิจัยหายาหยุดเลือดจากพิษของงู ยาแก้ปวดจากพิษของหอยทะเล หรือ ยารักษาโรคเบาหวานจากพิษของกิ้งก่าทะเลทราย Gila Monster เป็นต้น)
Alexander Litvinenko ตอนปกติ (ซ้าย) และตอนถูกวางยาพิษแล้ว (ขวา) ลิทวิเนนโก เกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2505 ขอลี้ภัยการเมืองในประเทศอังกฤษที่สนามบินฮีทโธรเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 (ได้รับอนุมัติเมื่อ 14 พฤษภาคม 2544) ก่อนเสียชีวิตอาศัยอยู่กับภรรยา (มารีนา) และลูกชาย (อนาโตลี) วัย 5 ขวบ ในกรุงลอนดอน โดยยึดอาชีพนักเขียน
แมงป่องพันธ์ Leiurus quinquestriatus ของอิสราเอล ซึ่งเรียกขานกันทั่วไปว่า “Death Stalker” หรือ “Yellow Scorpion” เป็นแมงป่องที่มีพิษรุนแรงมากที่สุดชนิดหนึ่ง เช่นมีพิษรุนแรงมากกว่าแมงป่องของอิหร่าน ( Mesobuthus eupeus) ถึง 5 เท่า การพัฒนาขั้นต่อไปก็คือสามารถเอาไอโซโทปกัมมันตรังสีไอโอดีน-131 ( I -131) ไปประกบติดกับโมเลกุล TM-601 ได้ ดังนั้นเมื่อนำไปฉีดเข้าเส้นเลือด โปรตีนติดอาวุธรังสีเหล่านี้จะวิ่งไปที่สมอง เล็ดลอดผ่านระบบสกัดกั้นสารเคมีแปลกปลอม ของสมองเข้าไปได้ แล้วไปเลือกจับตัวกับเซลล์มะเร็งมากกว่าเซลล์ปกติ เลยทำให้เซลล์มะเร็งร้ายถูกระดมยิงชนิดเผาขน ด้วยรังสีเบต้าพลังงาน 0.6 MeV กับรังสีแกมมาพลังงาน 0.4 MeV จาก I-131 (มีค่าครึ่งชีวิต 8 วัน) ตลอดเวลาจนเซลล์ ร้ายตายไปในที่สุด โดยปกตินั้น I-131 เป็นไอโซโทปกัมมันตรังสีที่ได้รับความนิยมใช้กันในวงการแพทย์มาก เช่น ใช้ตรวจสอบการทำงาน ของต่อมไทรอยด์ ใช้รักษาโรคคอพอกและโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ เป็นต้น ในบ้านเราก็สามารถผลิตได้เอง โดยใช้ เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ อายุ 40 กว่าปีของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ที่ถนนวิภาวดีรังสิต บางเขน แต่ปัจจุบันผลิต ได้ไม่พอใช้เพราะวงการแพทย์และโรงพยาบาลของไทยก้าวหน้าขึ้นมาก จำเป็นต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศด้วย [ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2549 งานผลิตสารไอโซโทปกัมมันตรังสี เป็นภารกิจที่ได้โอนไปให้สถาบัน เทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) ] Jackson ได้ชี้แจงว่าผลการทดลองใช้กับคนไข้ 18 คนแรก (เคยได้รับการผ่าตัดมาแล้ว แต่กลับเป็นขึ้นมาอีก) ประสบ ผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉลี่ยคนไข้มีอายุยืนยาวขึ้น โดยมีอยู่ 2 รายที่อยู่ต่อได้ถึง 3 ปีหลังการบำบัด ขณะนี้กำลัง ทำการทดลองกับอาสาสมัครอีก 54 คน ทั่วสหรัฐอเมริกา โดยแบ่งคนไข้ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งรับยา 3 ครั้งต่อ3อาทิตย์ อีกกลุ่มรับยา 6 ครั้งต่อ 6 อาทิตย์ แต่ทั้งสองกลุ่มจะได้รับยาแรงเท่ากันต่ออาทิตย์ คือ 40 มิลลิคูรี ( mCi) ซึ่งในวงการจะ ถือว่าไม่มาก ยังน้อยกว่าขนาดที่ใช้กันในการบำบัดรักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ ซึ่งจะใช้ I-131 เทียบเท่ากับ 200 mCi ดังนั้นผู้ป่วยจึงเป็นเพียงคนไข้นอกได้ หลังการให้ยาไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว โดยคนใกล้ชิดในครอบครัวจะ ได้รับรังสีในระดับที่ปลอดภัย ส่วน TM-601 ติดอาวุธรังสีที่ไม่ได้จับตัวกับเซลล์ใดๆ ก็จะถูกขับถ่ายออกจากร่างกาย คนไข้โดยทางปัสสาวะภายใน 24 ชั่วโมง แต่ไอโอดีนกับต่อมไทรอยด์นั้นเป็น “ คู่ซี้ ” กัน ถ้าได้เข้าสู่ร่างกายเมื่อใด ไอโอดีนเป็นต้องวิ่งไปสิงสถิตอยู่กับต่อมไทรอยด์เป็นสำคัญ ดังนั้นก่อนการใช้ยา TM-601 + I-131 กับคนไข้ ก็จะให้ ต่อมไทรอยด์ของคนไข้ได้รับไอโอดีนธรรมดา(ไอโอดีนในธรรมชาติมีไอโซโทปเดียวคือI-127ซึ่งเสถียรไม่ปลดปล่อยรังสี) จนเต็มพิกัด ทำให้ไม่มีที่เหลือที่จะรับ I-131 อีก เหมือนกับตอนเกิดการระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลใหม่ๆ ประเทศในละแวกใกล้คียง เช่น โปแลนด์ก็จะต้องรีบให้เด็กๆ กินสารไอโอดีนปกติมากๆไว้ก่อน เพื่อไปแย่งที่ในต่อม ไทรอยด์ตัดหน้า I-131 ที่อาจได้รับจากฝุ่นกัมมันตรังสีที่ปลิวลอยลมมาจากเชอร์โนบิล [I-131 จะเกิดมีขึ้นมาในแท่งเชื้อ เพลิงของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพราะเป็นผลพวงหนึ่ง (fission product) ของปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิสชันของยูเรเนียม-235 ] อย่างไรก็ตามเรื่องการบำบัดรักษามะเร็ง glioma แนวใหม่นี้ยังจะต้องมีการทดลองและทดสอบอีกนานพอสมควรเพราะการ จะได้รับอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกานั้นไม่ง่าย กระนั้นก็ตาม บริษัท TransMolecular ได้เริ่มคิดไว้ แล้วว่าจะทดลองใช้ยานี้กับโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ด้วยเช่น มะเร็งเต้านม เป็นต้น
|






