|
ตัวนำยิ่งยวด
พวงรัตน์ ไพเราะ * ตอนที่ 1 สมบัติสำคัญของตัวนำยิ่งยวด เมื่อเรานำโลหะมาวัดค่าความต้านทานไฟฟ้าที่อุณหภูมิต่าง ๆ เราจะพบว่า ความต้านทานมีค่าลดลงตามอุณหภูมิ ความต้านทานไฟฟ้า ของโลหะเกิดมาจากการที่พาหะในการนำไฟฟ้า เช่น อิเล็กตรอน ในโลหะ เคลื่อนที่ชนกับสิ่งต่าง ๆ ภายในโลหะ ซึ่งได้แก่ อิเล็กตรอนด้วยกันเอง, สิ่งเจือปนหรือความไม่สมบูรณ์ในโลหะ, ชนกับการสั่นของแกนไอออนบวกที่เป็น โครง ผลึกของโลหะ ในทางฟิสิกส์ ศึกษาการสั่นนี้ด้วยกลศาสตร์ควอนตัม และเรียกการสั่นเชิงควอนตัมนี้ว่า โฟนอน การชนเหล่านี้มีความสำคัญไม่เท่ากัน และทำให้ความต้านทานขึ้นกับอุณหภูมิในลักษณะที่ต่างกันไปด้วย เช่น เมื่ออุณหภูมิมีค่าราว ๆ อุณหภูมิห้องหรือสูงกว่า การชนกับโฟนอนจะมีอิทธิพลมากที่สุดและทำให้ความต้านทานขึ้นกับ อุณหภูมิอย่างเชิงเส้น แต่เมื่ออุณหภูมิต่ำลง ผลของการชนกับโฟนอนจะมีอิทธิพลน้อยลง ในขณะที่การชนกับอิเล็กตรอน ด้วยกันเองและการชนกับสิ่งเจือปนหรือความบกพร่องอื่นจะมีอิทธิพลมากขึ้น โดยที่ การชนกับโฟนอนจะมีผลให้ความต้านทาน ขึ้นกับอุณหภูมิยกกำลังห้า, ส่วนการชนกับอิเล็กตรอนด้วยกันเองทำให้ความต้านทานขึ้นกับอุณหภูมิยกกำลังสองและการชนกับ สิ่งเจือปนหรือความบกพร่องอื่น ๆ จะเป็นค่าคงที่ ซึ่งที่อุณหภูมิต่ำ ๆ นี้ ผลที่มีต่อความต้านทานโดยรวมก็คือผลรวมที่เกิดจาก แต่ละอิทธิพลดังกล่าว (ดู รูปที่ 1 ประกอบ) และจากผลของสิ่งเหล่านี้ เห็นได้ว่า โลหะควรจะมีความต้านทานเป็นศูนย์ได้ต่อเมื่อ มันมีความบริสุทธิ์หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ และอยู่ที่อุณหภูมิศูนย์เคลวินเท่านั้น
รูปที่ 1 แสดงลักษณะการเปลี่ยนแปลงของสภาพต้านทานของโลหะ r ที่กลายเป็นตัวนำยิ่งยวดที่อุณหภูมิวิกฤต ( เมื่อ 96 ปีที่แล้ว ในปี ค.ศ. 1911 ที่ห้องทดลองของท่าน คาเมอร์ลิงห์ - โอนเนส (Heike Kamerlingh-Onnes) นักฟิสิกส์ชาวเนเธอร์แลนด์ ท่านได้ค้นพบสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน คือ ท่านได้ทดลองวัดค่าความต้านทานของปรอทที่อุณหภูมิต่าง ๆ โดยเริ่มวัดจากอุณหภูมิห้องแล้วลดค่าลงจนมีอุณหภูมิราว ๆ 4 เคลวิน (อุณหภูมิของฮีเลียมเหลว ซึ่งห้องทดลองของท่านเป็น แห่งแรก ๆ ที่สามารถทำให้ก๊าซฮีเลียมกลายเป็นของเหลวได้) และได้พบว่าความต้านทานของปรอทไม่ได้ขึ้นกับอุณหภูมิ อย่างที่คาดไว้ สิ่งที่เห็นก็คือ ค่าความต้านทานของปรอทเป็นไปตามทฤษฎีที่อุณหภูมิสูงกว่า 4.2 เคลวิน แต่ที่อุณหภูมิต่ำกว่านี้ ท่านพบว่าความต้านทานของมันมีค่ากลายเป็นศูนย์อย่างฉับพลัน (ดู รูปที่ 2 ) เมื่อท่านได้ตรวจสอบถึงการค้นพบนี้ครั้งแล้ว ครั้งเล่าจนแน่ใจว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ท่านก็สรุปว่า ได้พบสถานะใหม่ของโลหะที่สามารถนำไฟฟ้าได้โดยไม่มีความต้านทาน ท่านเรียกสถานะนี้ว่า ตัวนำยิ่งยวด (Superconductor) และเรียกอุณหภูมิที่โลหะกลายเป็นตัวนำยิ่งยวดนี้ว่า อุณหภูมิวิกฤต
|





