|
ตัวนำยิ่งยวด ตอนที่ 3 ตัวนำยิ่งยวดกับการประยุกต์ใช้บางส่วน พวงรัตน์ ไพเราะ * ในตอนที่แล้ว (วารสารฟิสิกส์ไทย ก.ย.-พ.ย. 2550) เราได้รู้จักกลไกการเกิดสภาพนำยิ่งยวดในระดับจุลภาคไปบ้างแล้ว สำหรับในตอนนี้เราจะมาดูกันในเรื่องที่เบาขึ้นหน่อย คือ เกี่ยวกับการนำเอาตัวนำยิ่งยวดมาใช้งานในบางส่วน เนื่องจากการทำให้สารกลายสภาพเป็นตัวนำยิ่งยวดนั้น ต้องทำให้อุณหภูมิลดลงต่ำกว่าค่าอุณหภูมิวิกฤติ ซึ่งมีค่าต่ำมาก และการทำให้อุณหภูมิต่ำขนาดนั้น ยังมีราคาแพงมาก ดังนั้นการประยุกต์ใช้ตัวนำยิ่งยวด จึงยังไม่มาอยู่ในระดับครัวเรือนให้เราเห็นกันเป็นประจำ ตัวนำยิ่งยวดมักถูกนำไปใช้ในระดับการทำงานวิจัยใหญ่ๆ หรือในระดับเครื่องมือใหญ่ ๆ ตัวอย่างเช่น ในเครื่องเร่งอนุภาค หรือในทางการแพทย์ อย่างเช่น ในเครื่องถ่ายภาพด้วย ในเครื่องเร่งอนุภาค สิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นคือ สนามแม่เหล็กความเข้มสูง (ประมาณ 10 20 เทสลา) ซึ่งทำมาจากการใส่กระแสไฟฟ้าให้วิ่งผ่านลวดตัวนำยิ่งยวด สนามแม่เหล็กที่เกิดจากลวดตัวนำธรรมดาเช่น ทองแดงจะมีค่าไม่สูงนัก คือ ประมาณ 1 เทสลา เท่านั้น เนื่องจากกระแสในตัวนำธรรมดามีการสูญเสียพลังงานไปในรูปความร้อน ความร้อนที่เกิดขึ้นทำให้ไม่สามารถทนกระแสสูง ๆ เกินไปได้ ต่างจากตัวนำยิ่งยวดซึ่งสามารถออกแบบให้นำกระแสได้ถึง 10,000 แอมแปร์โดยแทบไม่มีการสูญเสียพลังงานเลย ตัวนำยิ่งยวดที่มักนำมาใช้งานในการสร้างสนามแม่เหล็กความเข้มระดับนี้ ก็ได้แก่ อัลลอยด์ไนโอเบียมกับไททาเนียม (Nb3Ti อุณหภูมิวิกฤตประมาณเท่ากับ 9.5 เคลวิน) เครื่องเร่งอนุภาคเครื่องแรกที่นำเอาตัวนำยิ่งยวดมาใช้ คือ Tevatron ที่ สำหรับเครื่อง MRI (รูปที่ 2) เป็นเครื่องตรวจร่างกายโดยการสร้างภาพเหมือนจริงของส่วนต่างๆของร่างกาย โดยใช้สนามแม่เหล็กความเข้มสูง และคลื่นความถี่ในย่านความถี่วิทยุ (Radio Frequency) ด้วยการส่งคลื่นความถี่เข้าสู่ร่างกาย เหนี่ยวนำโปรตอน ซึ่งอยู่ในอะตอมไฮโดรเจนในเนื้อเยื่อร่ายกายคนไข้ (คนเรามีน้ำและไขมันเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ มีอะตอมของไฮโดรเจนกว่า 60%) ให้หมุนรอบทิศทางของสนามแม่เหล็กคงตัว และก็มีการรับคลื่นสะท้อนกลับ นำมาประมวลผลและสร้างเป็นภาพของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น หัวใจ ปอด สมอง ลำไส้ ได้ด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถให้รายละเอียดและความคมชัดเสมือนการตัดร่างกายตามแนวขวางออกเป็นแผ่นๆ ทำให้สามารถนำมาใช้ในการตรวจหาเนื้อเยื่อที่มีความผิดปกติ เช่น มะเร็ง ซึ่งมีลักษณะภาพจาก MRI ที่ต่างไปจากเนื้อเยื่อปกติ เนื่องจากมีส่วนประกอบที่แตกต่างกัน โดยไม่ทำให้คนไข้ต้องเจ็บตัว สนามแม่เหล็กความเข้มสูงนี้ เกิดมาจากขดลวดโซลินอยด์ที่ทำจากตัวนำยิ่งยวด ซึ่งมีความยาวเป็นสิบ ๆ กิโลเมตร และสามารถให้ความเข้มสนามแม่เหล็กได้ถึง 2 เทสลา สนามแม่เหล็กในเครื่อง MRI ในสมัยแรก ๆ มีความแรงน้อยคือ 0.2 0.6 เทสลา และทำจากแม่เหล็กถาวร ซึ่งเทอะทะและมีมวลมากถึง 100 ตัน
ในการขนส่งมวลชนความเร็วสูง รถไฟ MAGLEV (Magnetic Levitation) สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วถึง 580 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นรถไฟที่วิ่งโดยไม่แตะราง อาศัยการที่ตัวนำยิ่งยวดสามารถผลักสนามแม่เหล็กให้ออกจากตัวได้ มาทำให้เกิดแรงแม่เหล็กผลักให้ตัวรถอยู่เหนือราง การขับเคลื่อนเกิดจากการที่ตัวรางมีความเป็นแม่เหล็กที่มีขั้วตรงข้ามกับสนามแม่เหล็กของตัวรถและทำให้เกิดแรงผลักตัวรถไปข้าง หน้า (ดูรูปที่ 3) รถไฟในลักษณะนี้ นำมาใช้งานแล้วในประเทศจีน และญี่ปุ่น
ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นการนำตัวนำยิ่งยวดมาประยุกต์ใช้ในเครื่องมือระดับใหญ่ ส่วนในเครื่องมือระดับเล็ก ๆ (เล็กกว่า 1 มิลลิเมตร) นั้น ก็มีการนำมาประยุกต์ใช้เช่นกัน นั่นคือ เป็นอุปกรณ์ที่นำเอารอยต่อโจเซฟสัน (คือรอยต่อของตัวนำยิ่งยวดสองตัว ดูในวารสารฟิสิกส์ไทย มิ.ย.-ส.ค. 2550) มาประยุกต์ใช้ เรียกว่า SQUIDSuperconducting QUantum Interference Devices ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตรวจจับที่มีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กมาก SQUID สามารถเปลี่ยนสัญญาณการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็ก ซึ่งวัดได้ยากมาก ให้กลายเป็นสัญญาณไฟฟ้าซึ่งวัดง่ายได้ รูปที่ 4 แสดงแผนภาพและหลักการทำงานอย่างคร่าว ๆ ของ SQUID SQUID ประกอบด้วยรอยต่อโจเซฟสัน 2 อันที่ต่อกันแบบขนานมีลักษณะเป็นวง เมื่อมีกระแสที่เหมาะสมไหลผ่าน จะมีค่าความต่างศักย์ตกคร่อมวงดังกล่าว ถ้าฟลักซ์แม่เหล็กที่ผ่านวงนี้มีการเปลี่ยนแปลง ความต่างศักย์ที่ตกคร่อมก็จะมีการแปรเปลี่ยนค่าไปด้วย โดยการแปรเปลี่ยนดังกล่าวมีลักษณะเป็นแบบกวัดแกว่ง โดยมีค่าคาบเท่ากับค่าฟลักซ์แม่เหล็ก 1 ควอนตัม (
รูปที่ 4 แผนภาพแสดงหลักการทำงานของ SQUID (นำมาจาก http://hyperphysics.phy-astr.gsu.edu/hbase/solids/squid.html)
นอกจากการวัดสัญญาณในสมองแล้ว ก็ยังมีความพยายามที่จะพัฒนา SQUID ให้สามารถวัดสัญญาณแม่เหล็กของหัวใจอีกด้วย เรียกว่า เครื่อง MCGMagnetocardiography (รูปที่ 6) ซึ่งจะสามารถทำให้แพทย์ระบุตำแหน่งของความผิดปกติของหัวใจได้โดยไม่ต้องมีการผ่าตัดเปิดหน้าอก
รูปที่ 6 ตัวอย่างเครื่อง MCG (นำมาจาก http://www.biomag.hus.fi/mcg.html) การนำตัวนำยิ่งยวดมาใช้งานที่ได้กล่าวมานี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ท่านผู้อ่านสามารถอ่านเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ตัวนำยิ่งยวดเพิ่มเติมได้ที่ http://superconductor.org
|




